ไม่อ้อมค้อม! อนุทิน ตอบตรงๆ ปมปลดผู้ว่าฯ กทม. หลังน้ำท่วมหนัก


วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการประเมินการทำงานของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการรับมือและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่า ขณะนี้ขอให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนก่อน

เมื่อถูกถามว่านายกรัฐมนตรีมีอำนาจปลดผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่เคยคิดครับ

ส่วนกรณีถูกถามถึงมุมมองต่อการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่าเป็นการดำเนินการที่ผิดพลาดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ทุกคนทำงานเต็มที่ วันนี้ถ้ามัวแต่วิพากษ์วิจารณ์คนที่กำลังทำงานอยู่ ก็จะยิ่งทำให้งานถดถอยลงไป และถ้าดูจากสถานการณ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ ด้วยอะไรก็ตามที่เป็นใจ ไม่ว่าจะธรรมชาติที่เป็นใจ หรือการระดมของเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานต่างๆ

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนตัวได้มีการประสานแบบออนไลน์บ้าง ลงไปดูในพื้นที่ด้วยตนเองบ้าง ไปที่ศูนย์บัญชาการบ้าง และรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย โดยก่อนหน้านี้เพิ่งวางสายจากปลัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งบัญชาการอยู่ในพื้นที่และรายงานว่าระดับน้ำลดลงแล้ว เหลือเพียงพื้นที่ร่มเกล้าที่ต้องรอระดับน้ำทะเลลดลง



สำหรับการรับมือในพื้นที่ดังกล่าว นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้เตรียมระดมเครื่องสูบน้ำไว้อย่างเต็มที่ เมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสมและเห็นว่าคันดินพร้อมแล้ว จะเร่งสูบน้ำออกทันที

นายอนุทินย้ำว่า ไม่ใช่ว่าสูบน้ำเพียงเพื่อให้ประชาชนเห็นว่ามีการสูบน้ำ เพราะหากสูบน้ำออกในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม น้ำอาจไหลย้อนกลับเข้ามา ส่งผลให้สิ้นเปลืองทรัพยากรและไม่ได้ช่วยแก้ไขสถานการณ์ ดังนั้นทุกอย่างต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ และแต่ละหน่วยงานต้องทำงานตามกระบวนการของตน

กรมอุตุ แจ้งเตือนด่วน! รับมือ ฝนถล่มหนัก 5-8 ต.ค.นี้ 4 วัน 96 ชั่วโมง เปิดพื้นที่โดนหนักสุด

 


วันที่ 30 ก.ย.2569 กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนประชาชน เตรียมรับมือฝนตกหนัก ในช่วงวันที่ 5-8 ต.ค.2569 นี้ โดยประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น

ช่วงแรกเริ่มจากภาคอีสานและภาคเหนือก่อน จากนั้นทางภาคอีสานจะมีอากาศเย็นลง

ข้อมูลสภาพอากาศอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรมอุตุนิยมวิทยาจะอัปเดตข้อมูลเป็นระยะ

ทั้งนี้จากการพยากรณ์อากาศ 7 วัน ระบุว่า ช่วงวันที่ 4–5 ต.ค.69 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางพื้นที่ โดยเริ่มจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน หลังจากนั้นจะส่งผลกระทบกับภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกในระยะถัดไป

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 4-5 ต.ค.69 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง สำหรับชาวเรือทั้งทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง



กรมอุตุประกาศแล้ว! 24 ชม.ข้างหน้า เตือน 34 จังหวัด ฝนฟ้าคะนองหนักสุดวันนี้




วันที่ 30 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่ มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนล่าง  

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส   ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และยะลา อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดพังงา กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.



ระลอกใหม่มาแล้ว! ปภ.แจ้งด่วน 3 เขต กทม. หลังน้ำล้นแนวคันกั้น รีบยกของขึ้นที่สูง



 วันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 16.49 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่งข้อความผ่านระบบ Cell Broadcast แจ้งประชาชนในพื้นที่รอยต่อจังหวัดปทุมธานี บริเวณริมคลองหกวาสายล่าง หลังพบว่ามีน้ำล้นแนวคันกั้นน้ำ ครอบคลุมพื้นที่เขตสายไหม เขตคลองสามวา และเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ขณะที่ กทม.เร่งเสริมแนวคันกั้นน้ำชั่วคราว


ปภ.ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงยกสิ่งของขึ้นไว้ในที่สูง หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีน้ำท่วมและพื้นที่ริมคลอง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 02 248 5115

การแจ้งเตือนครั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS True และ NT ส่งข้อความผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อแจ้งให้ประชาชนรับทราบถึงระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่เขตสายไหม เขตคลองสามวา และเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร



ทั้งนี้ หากพบเหตุหรือจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อผ่านไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784 โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM หรือโทรสายด่วนนิรภัย (ปภ.) 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

"ที' ลมฟ้าอากาศ" เผยสถานการณ์ล่าสุด จ่อเฉลยทำไมต้องเตือน 120 ชม.



ที' ลมฟ้าอากาศ เผยสถานการณ์ล่าสุด หลังน้ำท่วมอ่วม เตรียมเปิดเหตุผล ทำไมต้องโพสต์เตือนล่วงหน้า 120 ชั่วโมง แม้อาจไม่ถูกใจใคร

 วันที่ 28 กันยายน 2569 เพจ ที' ลมฟ้าอากาศ อัปเดตสถานการณ์ล่าสุด หลังน้ำท่วมอ่วมหลายพื้นที่ พร้อมประกาศเตรียมสรุปเหตุผลที่ก่อนหน้านี้ออกมาโพสต์เตือนล่วงหน้า 120 ชั่วโมง


"ที' ลมฟ้าอากาศ" เผยสถานการณ์ล่าสุด จ่อเฉลยทำไมต้องเตือน 120 ชม.

โดยระบุว่า เข้าสู่ช่วง สถานการณ์คลี่คลายแล้ว พรุ่งนี้ช่วงเวลา 20:00น. ผมจะสรุปว่า "ทำไมผมถึงโพสเตือน 120ชั่วโมง" และเหตุผลที่ต้องเตือน แม้อาจจะไม่ถูกใจใครบ้าง แต่เพื่อลดความสูญเสียทางทรัพย์สินและชีวิตให้ได้มากที่สุด

ขอให้ติดตาม เพราะในอนาคต สภาพอากาศทั่วโลกจะแปรปรวนมากขึ้น สิ่งที่ไม่เคยเกิด ก็อย่าคิดว่า จะเกิดไม่ได้ ธรรมชาติคือผู้กำหนด การเข้าใจสภาพอากาศมากขึ้น อาจจะทำให้คุณเอาตัวรอดได้ในอนาคต  

หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้กลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว มีผู้กดถูกใจมากกว่า 2 แสนคน แสดงความคิดเห็นมากกว่า 5.8 หมื่นคอมเมนต์ และแชร์ต่ออีกกว่า 7.2 พันครั้ง ทำให้หลายคนต่างจับตารอบทสรุปในวันที่ 29 กันยายน เวลา 20.00 น. ว่าจะมีเหตุผลอะไรถึงเตือนล่วงหน้า 120 ชั่วโมง



"ที' ลมฟ้าอากาศ" เผยสถานการณ์ล่าสุด จ่อเฉลยทำไมต้องเตือน 120 ชม.


ขอบคุณ ที' ลมฟ้าอากาศ

ผันผวนหนัก!! ราคาทองวันนี้ 25 เม.ย.69

 ราคาทองวันนี้ 25 เม.ย.69 สมาคมค้าทองคำ ประกาศ ราคาทองคำวันนี้ ใครกำลังสนอยู่รีบตัดสินใจ เทียบราคาปิดวานนี้ ทองรูปพรรณขายออกบาทละ 73,000 บาท


ราคาทองคำประจำวันที่ 25 เม.ย.2569 เพิ่มขึ้น 250 บาท เปรียบเทียบกับราคาปิดเมื่อวานนี้ โดยทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 73,000 บาท อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจาก สมาคมค้าทองคำ ที่เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ เมื่อเวลา 09.01 น. ที่ผ่านมา


สรุปราคาทองวันนี้ 25 เม.ย.2569


ทองแท่ง


รับซื้อ บาทละ 72,000 บาท


ขายออก บาทละ 72,200 บาท


ทองรูปพรรณ


รับซื้อ บาทละ 70,554.64 บาท


ขายออก บาทละ 73,000 บาท

วุ่นหนัก “กิตติ สิงหาปัด” พูดแล้ว หลังลือ “ฐปนีย์” โดนปลดพ้นช่อง3

 วุ่นหนัก “กิตติ สิงหาปัด” เคลื่นไหวแล้ว หลังลือสะพัด “ฐปนีย์ เอียดศรีไชย” หลุดช่อง 3 ทำแฟนข่าวตกใจแห่แชร์สนั่น

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เรียกว่าทำเอาโซเชียลปั่นป่วนกันยกใหญ่ หลังมีโพสต์ในโลกออนไลน์ ระบุว่า “#ด่วน ช็อกวงการข่าว! เมื่อ “ฐปนีย์” (แยม) นักข่าวช่อง 3 เปิดใจผ่าน facebook ส่วนตัว “อยู่ช่อง 3 มา 16 ปี วันนี้ช่อง 3 ประกาศเลิกจ้าง ด้วยเหตุไม่วางตัวเป็นกลางเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ” เล่นเอาหลายคนตกใจและแห่แชร์สนั่น

วุ่นหนัก "กิตติ สิงหาปัด" พูดแล้ว หลังลือ "ฐปนีย์" โดนปลดพ้นช่อง3

ล่าสุด แยม ฐปณีย์ เอียดศรีไชยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ข่าวที่ว่า “แยมถูกช่อง3เลิกจ้างเป็น #ข่าวปลอม ไม่จริงค่ะ/แยมไม่ใช่พนง.ช่อง3/เป็นพนง.บ.คุณกิตติ(ข่าว3มิติ)/ช่อง3ไม่มีเลิกจ้างตอนนี้/โพสต์นั้นเป็นเรื่องเมื่อ2ปีก่อน#Cofact”

 

 

วุ่นหนัก "กิตติ สิงหาปัด" พูดแล้ว หลังลือ "ฐปนีย์" โดนปลดพ้นช่อง3

ด้าน นายกิตติ สิงหาปัด ผู้ดำเนินรายการข่าว 3 มิติ และกรรมการผู้จัดการบริษัท ฮอทนิวส์ จำกัด ซึ่งรับจ้างผลิตรายการข่าว 3 มิติให้กับช่อง 3 ก็ไม่ปล่อยให้เข้าใจผิด รีบออกมายืนยันซ้ำอีกเสียงผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

วุ่นหนัก "กิตติ สิงหาปัด" พูดแล้ว หลังลือ "ฐปนีย์" โดนปลดพ้นช่อง3

 

 

“ข่าวที่ว่า แยม ฐปนีย์ ถูกช่อง3เลิกจ้างเป็น #ข่าวปลอม ความจริง คือ แยมเป็นนักข่าว 3 มิติ เป็นพนักงานของ กิตติ สิงหาปัด ไม่ได้ถูกเลิกจ้าง”

วุ่นหนัก "กิตติ สิงหาปัด" พูดแล้ว หลังลือ "ฐปนีย์" โดนปลดพ้นช่อง3

พร้อมับคอมเมนต์ว่า ขอบคุณโคแฟค ที่ช่วยตรวจสอบ : ฐปณีย์ยืนยันกับโคแฟคว่าเนื้อหาดังกล่าวเป็นเท็จอย่างสิ้นเชิง เธอยังคงเป็นผู้สื่อข่าวรายการข่าว 3 มิติที่ออกอากาศทางช่อง 3 และไม่ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการเลิกจ้างบนบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวตามที่กล่าวอ้าง

วุ่นหนัก "กิตติ สิงหาปัด" พูดแล้ว หลังลือ "ฐปนีย์" โดนปลดพ้นช่อง3

กิตติ สิงหาปัด ผู้ดำเนินรายการข่าว 3 มิติ และกรรมการผู้จัดการบริษัท ฮอทนิวส์ จำกัด ซึ่งรับจ้างผลิตรายการข่าว 3 มิติให้กับช่อง 3 ยืนยันเช่นเดียวกันว่าทางบริษัทไม่ได้เลิกจ้างฐปณีย์

“เนื้อหานี้เป็นเท็จทั้งหมด เพราะฐปณีย์ไม่ได้เป็นพนักงานของช่อง 3 แต่เป็นพนักงานของบริษัทฮอทนิวส์ ปัจจุบันฐปณีย์ยังคงเป็นพนักงานของเราและยังคงเป็นผู้สื่อข่าวรายการ 3 มิติที่ออกอากาศทางช่อง 3 ทุกวัน เวลา 22.30-23.00 น.” กิตติกล่าวและยืนยันว่าสัญญาการจ้างผลิตรายการระหว่างช่อง 3 และฮอทนิวส์ก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ

วุ่นหนัก "กิตติ สิงหาปัด" พูดแล้ว หลังลือ "ฐปนีย์" โดนปลดพ้นช่อง3

ขอบคุณ Thapanee Eadsricha และ กิตติ สิงหาปัด

เปิดภาพบ้าน แดนนี่ ศรีภิญโญ ความตั้งใจสุดท้าย สร้างเป็นมรดกให้ลูก และ ภรรยา



 เรียกได้ว่า นอกจากข่าวการจากไปของ แดนนี่ ศรีภิญโญ ยังมีเรื่องราวชีวิตเรียบง่ายที่ เจ้าตัว สร้างไว้เพื่อครอบครัว ก็ถูกพูดถึงอย่างมาก เฉพาะบ้านกลางทุ่งนา ที่ตั้งใจทำไว้เป็นมรดกให้ภรรยา และ ลูกสาว

ก่อนจากไป แดนนี่ เลือกใช้ชีวิตต่างจังหวัด ทุ่มเงินเก็บจากการทำงานสร้างบ้านไม้บนพื้นที่ส่วนตัว เพื่อเป็นที่พักพิงของครอบครัว และเป็นความตั้งใจสำคัญที่อยากทำให้สำเร็จก่อนหมดลมหายใจ

โดย เจ้าตัว เคยสะท้อนมุมคิดว่า การมีบ้าน มีที่ดิน และมีความมั่นคงให้คนข้างหลัง คือ สิ่งที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่า และถือเป็นสมบัติที่ตั้งใจส่งต่อให้ลูกเมีย แบบไม่อยากทิ้งภาระไว้

นอกจากนี้ แดนนี่ ยังวางแผนชีวิตอย่างรอบคอบ ทั้งจัดการทรัพย์สิน เคลียร์เรื่องหนี้ และเตรียมอนาคตให้ลูกสาวไว้ล่วงหน้า พร้อมเลือกใช้ชีวิตพอเพียงแบบเรียบง่ายตามแนวทางที่ยึดถือ

ทั้งนี้ บ้านหลังดังกล่าว จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความรับผิดชอบ และความตั้งใจสุดท้าย ที่ แดนนี่ ฝากไว้ให้ครอบครัวอย่างมีความหมาย

ภาพ จาก ศรีภิญโญfamily

เรียบเรียงโดย news.in.th

เปิดอายุจริง แดนนี่ ศรีภิญโญ หลังจากไปอย่างสงบ

 


วงการบันเทิงไทยต้องพบกับข่าวเศร้าอีกครั้ง หลังเพจเฟซบุ๊ก ศรีภิญโญfamily ได้โพสต์ข้อความแจ้งข่าวการจากไปของอดีตนักแสดงและพิธีกรมากฝีมือ แดนนี่ ศรีภิญโญ หรือที่แฟนๆ จดจำในบทบาท "เจ๊ตุ่ม" จากรายการระเบิดเถิดเทิง

โดยข้อความระบุว่า "20/04/2569 พี่แดนนี่ ศรีภิญโญ ได้จากพวกเราไปอย่างสงบ เวลา12:54" ซึ่งเป็นการจากไปในวัย 57 ปี สร้างความรู้สึกตกใจและเสียใจแก่ผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภายหลังจากการอำลาวงการบันเทิง แดนนี่ ศรีภิญโญ ได้เลือกใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายกับครอบครัวที่ต่างจังหวัด พร้อมหน้าภรรยาและลูกๆ ที่น่ารัก โดยมีแฟนคลับจำนวนหนึ่งยังคงติดตามชีวิตส่วนตัวของเขาผ่านทางเพจของครอบครัวมาโดยตลอด

สำหรับสาเหตุการจากไปในเบื้องต้นนั้น ทราบว่าเกิดจากภาวะไตวายเฉียบพลัน

 

ทั้งนี้ เมื่อหลายปีก่อน แดนนี่ ศรีภิญโญ เคยมีอาการป่วยจากเส้นเลือดสมองแตก ซึ่งต้องเข้ารับการรักษาเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่ก็สามารถฟื้นตัวและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติก่อนที่จะมาเสียชีวิตในครั้งนี้

ไม่รอด! บุกคลังน้ำมัน ซุกดีเซล-แก๊สโซฮอล์เพียบ เปิดตัวเลขถึงกับช็อก



วันที่ 19 เมษายน 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ตรวจสอบคลังน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง พบครอบครองน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมากโดยไม่มีใบกำกับขนส่ง ก่อนเก็บตัวอย่างตรวจคุณภาพและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด คณะกรรมการคดีพิเศษมีมติยกระดับความผิดเกี่ยวกับการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและกระทบประชาชนอย่างรุนแรง ให้เป็นคดีพิเศษ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มอบหมายให้กองคดีคุ้มครองผู้บริโภครับเรื่องเป็นสำนวนสืบสวนที่ 42/2569 พร้อมลงพื้นที่ร่วมตำรวจท้องที่เพื่อประเมินและวางแผนปฏิบัติงาน

เจ้าหน้าที่กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมพลังงานจังหวัดอ่างทอง และตำรวจภูธรจังหวัด เข้าตรวจสอบบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด และบริษัท ทริลเลียนออยล์ จำกัด ผู้ประกอบกิจการคลังน้ำมันในตำบลตลาดกรวด อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง


ผลการตรวจสอบพบปริมาณน้ำมันในคลังรวมหลายแสนลิตร โดยถังที่ 1 ดีเซล B7 จำนวน 102,412 ลิตร และถังที่ 2 เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 95 จำนวน 140,879 ลิตร ซึ่งเป็นถังที่ถูกอายัดไว้ก่อนหน้า ขณะที่ถังที่ 3 ซึ่งไม่ได้ใช้งาน พบดีเซล B7 ตกค้าง 51,640 ลิตร

นอกจากนี้ ยังมีการเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมในถังที่ 4 พบดีเซล B7 ปริมาณ 291,250 ลิตร และถังที่ 5 เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91 ปริมาณ 64,997 ลิตร เพื่อตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด

ผลการตรวจสอบพบปริมาณน้ำมันในคลังรวมทั้งสิ้น 651,178 ลิตร หรือประมาณ 6.5 แสนลิตร โดยกระจายอยู่ในถังดีเซลและแก๊สโซฮอล์หลายถัง ซึ่งมีทั้งถังที่ถูกอายัดและถังที่ตรวจพบเพิ่มเติมจากการเก็บตัวอย่างใหม่

หลังจากนี้ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภคจะประสานร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) รับโอนคดีมาสอบสวนภายใต้ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและทำความจริงให้ปรากฏต่อสังคมต่อไป

แจ้งเตือน!! ธ.ออมสิน ประกาศถึงลูกค้าทุกคน

 จากกรณี ธนาคารออมสิน ประกาศเตือนถึงประชาชน และ ลูกค้า โดยได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก GSB Society ระบุว่า

ออมสิน เตือนภัย มิจฉาชีพส่ง SMS หลอกลวง แนบลิงก์ต่างๆ หากกด เสี่ยงโดนโปรแกรมควบคุมระยะไกล (Remote) เพื่อหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว

แนวทางป้องกันมิจ จำให้แม่น 4 ไม่

ไม่คลิก

ไม่โหลด

ไม่กรอก

ไม่โดนหลอก

ธุรกรรมปลอดภัย ต้องทำผ่าน MyMo สะดวก รวดเร็ว ครอบคลุมทุกบริการ

โหลด MyMo ได้เลยที่ App Store, Play Store, และ AppGallery

อย่าลืมอัปเดตให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

นอกจากนี้ ทางธนาคารออมสิน ยังได้เตือนภัยเกี่ยวกับ มุกหลอกช่วยปิดหนี้เคลียร์หนี้หมด หลอกให้กู้หรือลงทุนต่อ..เป็นหนี้เยอะกว่าเดิมหลายเท่า

ในยุคที่ปัญหาหนี้สินเป็นเรื่องที่หลายคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นหนี้จากการกู้ซื้อบ้าน รถยนต์ หรือแม้แต่การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หลายคนจึงพยายามมองหา "ทางออก" ที่จะช่วยให้หลุดพ้นจากภาระหนี้สินได้เร็วที่สุด ซึ่งนี่เองคือช่องว่างที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวง ผ่านคำโฆษณาหวานหู เช่น “ช่วยปิดหนี้ให้ ไม่คิดดอกเบี้ย หรือ “ดอกเบี้ยต่ำมาก” ฟังดูดีเกินจริงจนหลายคนตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว

รูปแบบการหลอกลวง: ผ่านโฆษณาชวนเชื่อ

1. ปิดหนี้ให้

มิจฉาชีพมักโฆษณาว่าสามารถเคลียร์หนี้เก่าให้หมดภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่ความจริงคือ พวกเขาอาจทำให้คุณไปกู้เงินก้อนใหม่มาแทนที่ โดยไม่บอกถึงภาระหนี้ที่แอบแฝงอยู่

2. ไม่คิดดอกเบี้ย

คำว่า ฟรี หรือ ไม่คิดดอกเบี้ย มักเป็นคำล่อใจที่ทำให้หลายคนวางใจ แต่ในความเป็นจริง มักมีค่าใช้จ่ายแฝงหรือเงื่อนไขที่ทำให้คุณเสียเปรียบในภายหลัง

3. ดอกเบี้ยต่ำมาก

การเสนอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเกินจริงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่พบได้บ่อย หลายคนหลงเชื่อและยอมกู้เพิ่ม โดยไม่รู้ว่าต้องเจอกับดอกเบี้ยแฝง ค่าธรรมเนียมที่ไม่ชัดเจน และหนี้ที่บานปลาย

หนี้หมด ลวงต่อให้ลงทุน: โดยหลอกขอเอกสารเพื่อยื่นกู้ธนาคารสำหรับดำเนินการ

เมื่อสามารถหลอกให้คุณกู้เงินก้อนใหม่สำเร็จ มิจฉาชีพมักอ้างว่าเงินก้อนนี้จะถูกนำไปใช้ในการ “ลงทุนต่อ” โดยหลอกขอเอกสารเพื่อยื่นกู้ธนาคารสำหรับดำเนินการ กู้ซื้อคอนโด กู้ซื้อที่ดิน หรือ กู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ แต่ท้ายที่สุด คุณอาจไม่มีรายได้ตามที่คาดหวัง ขณะที่ภาระหนี้กลับพอกพูนขึ้นทุกวัน ธนาคารเรียกเก็บค่างวดตามสัญญาที่ทำไว้ คุณจะกลายเป็นหนี้ก้อนโต ที่ใหญ่กว่าเดิมหลายเท่าตัว

มีสติทุกครั้ง ต้องการปิดหนี้ ติดต่อธนาคารโดยตรง

สรุปราคาทองสัปดาห์นี้ 13-18 เมษายน 2569

  


สรุปราคาทองคำในประเทศไทยช่วงสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 13 - 18 เมษายน 2569 โดยข้อมูลจาก สมาคมค้าทองคำ พบว่า ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวด้วยแรงผันผวนหนักตามทิศทางตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงตั้งแต่ต้นสัปดาห์ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ระหว่างสัปดาห์ราคาทองมีความผันผวนค่อนข้างมาก ทั้งปรับขึ้นและปรับลงจากแรงขายทำกำไรในตลาด ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความตึงเครียดในชาติตะวันออกกลาง ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เเรงซื้อทองคำลดลง ทำให้ภาพรวมแนวโน้มราคาทองมีการปรับตัวลดลง แม้ในระยะสั้นนี้จะมีการแกว่งตัวขึ้น-ลง ในระหว่างวันสูง


วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน 2569


โดยตลอดทั้งราคาทองปรับทั้งหมด 13 ครั้ง รวมแล้วราคาปรับตัวลดลง 200 บาท ส่งผลให้ราคาทองอยู่ที่


ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 72,800


ฐานภาษีบาทละ 70,357.56


ทองแท่ง ขายออกบาทละ 72,000


ทองแท่ง รับซื้อบาทละ 71,800



วันอังคาร ที่ 14 เมษายน 2569


โดยตลอดทั้งราคาทองปรับทั้งหมด 14 ครั้ง รวมแล้วราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 600 บาท ส่งผลให้ราคาทองอยู่ที่


ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 73,400


ฐานภาษีบาทละ 70,948.80


ทองแท่ง ขายออกบาทละ 72,600


ทองแท่ง รับซื้อบาทละ 72,400


วันพุธ ที่ 15 เมษายน 2569


โดยตลอดทั้งราคาทองปรับทั้งหมด 13 ครั้ง รวมแล้วราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 300 บาท ส่งผลให้ราคาทองอยู่ที่


ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 73,700


ฐานภาษีบาทละ 71,252


ทองแท่ง ขายออกบาทละ 72,900


ทองแท่ง รับซื้อบาทละ 72,700




วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน 2569


โดยตลอดทั้งราคาทองปรับทั้งหมด 11 ครั้ง ซึ่งรวมแล้วไม่มีตัวเลขการปรับขึ้น-ลง ส่งผลให้ราคาทองคงที่อยู่ที่


ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 73,700


ฐานภาษีบาทละ 71,252


ทองแท่ง ขายออกบาทละ 72,900


ทองแท่ง รับซื้อบาทละ 72,700


วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน 2569


โดยตลอดทั้งราคาทองปรับทั้งหมด 13 ครั้ง รวมแล้วราคาปรับตัวลดลง 200 บาท ส่งผลให้ราคาทองอยู่ที่


ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 73,500


ฐานภาษีบาทละ 71,054.92


ทองแท่ง ขายออกบาทละ 72,700


ทองแท่ง รับซื้อบาทละ 72,500



วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน 2569


โดยตลอดทั้งราคาทองปรับทั้งหมด 1 ครั้ง รวมแล้วราคาปรับตัวขึ้น 400 บาท ส่งผลให้ราคาทองอยู่ที่


ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 73,900


ฐานภาษีบาทละ 71,449.08


ทองแท่ง ขายออกบาทละ 73,100


ทองแท่ง รับซื้อบาทละ 72,900


ทั้งนี้ สรุปได้ว่า ตลอดทั้งสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 13 - 18 เมษายน 2569 ประกาศราคาซื้อ - ขาย ทองคำ ทั้งหมดมีการปรับ 65 ครั้ง รวมเเล้วราคาทองคำในสัปดาห์นี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมา 900 บาท


เรียบเรียง สยามนิวส์

แพงไม่ไหว! ประกาศแจ้ง ราคาน้ำมันเช้าวันนี้ 19 เมษายน 2569


 

ราคาน้ำมันเช้าวันนี้ 19 เมษายน 2569 กลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล อ้างอิงข้อมูลจาก จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด โดยราคาน้ำมันวันนี้ 19/4/2569 เวลา 05.00 น. ราคาขายปลีกมีดังนี้ ราคาน้ำมัน ปตท. ดีเซล B20 อยู่ที่ 35.90 บาท/ลิตร ดีเซล อยู่ที่ 42.90 บาท/ลิตร GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.39 บาท/ลิตร GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร GSH91S EVO อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร GSH95S EVO อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร เบนซิน อยู่ที่ 52.04 บาท/ลิตร ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 64.08 บาท/ลิตร ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 51.54 บาท/ลิตร ราคาน้ำมัน บางจาก ดีเซล B20 อยู่ที่ 35.90 บาท/ลิตร ไฮดีเซล S อยู่ที่ 42.90 บาท/ลิตร ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 65.30 บาท/ลิตร ไฮพรีเมียม 98 อยู่ที่ 56.04 บาท/ลิตร GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.39 บาท/ลิตร GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร GSH91S EVO อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร GSH95S EVO อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร ราคาน้ำมัน เชลล์
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.33 บาท/ลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 42.90 บาท/ลิตร เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 66.34 บาท/ลิตร ราคาน้ำมัน คาลเท็กซ์ โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 56.01 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 42.90 บาท/ลิตร พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 65.30 บาท/ลิตร ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ส่งผลให้ราคาอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่

สรุปราคาทองวันนี้ 18 เมษายน 2569

สรุปราคาทองคำวันนี้ 18 เมษายน 2569 ประกาศครั้งเดียว เมื่อเวลา 09.00 น. ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง 400 บาท สู่บริเวณ 73,100 บาท

ราคาซื้อขายทองคําในประเทศชนิด 96.5%

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2569 (ประกาศครั้งเดียว)

ทองรูปพรรณ

ขายออกบาทละ 73,900

ฐานภาษีบาทละ 71,449.08

ทองแท่ง

ขายออกบาทละ 73,100

รับซื้อบาทละ 72,900

Gold spot 4,835.00

ค่าเงินบาท 31.95

เรียบเรียง สยามนิวส์

ประกาศแล้ว! เปิดพิกัด ไฟดับวันพรุ่งนี้ 19 เมษายน 2569

 


ในวันที่ 19 เมษายน 2569 การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศมีความจำเป็นต้องงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมทั้งหมด 17 จุด เพื่อดำเนินการพัฒนาและบำรุงรักษาระบบจ่ายไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

กรุงเทพมหานคร (โดยมีช่วงเวลาดับไฟแตกต่างกันตั้งแต่ประมาณ 08.00-15.30 น.) ได้แก่

- บริเวณถนนบางขุนเทียน ตั้งแต่สะพานลอยปากซอยบางขุนเทียน 14 ถึงป้ายรถเมล์ปากซอยบางขุนเทียน 16 รวมถึงหมู่บ้านและคอนโดในพื้นที่

- ถนนบางแคตั้งแต่คลองหนองใหญ่ถึงซอยบางแค 9 และหมู่บ้านใกล้เคียง

- ถนนอิสรภาพตั้งแต่ปากซอยอิสรภาพ 15 ถึงสุดซอย

- ถนนร่มเกล้าในช่วงโครงการเพอร์เฟคถึงโควศุภมงคล

- ถนนอ่อนนุชหลายจุดทั้งฝั่งขาเข้าและซอยย่อย

- ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ช่วงซอย 85 ถึงสี่แยกประเวศ-อ่อนนุช

- ถนนวัชรพลฝั่งซอยเลขคี่

- ถนนสุขุมวิท 26 และสุขุมวิท 93

- ถนนสุทธิสารซอยรุ่งเรือง

นนทบุรี (โดยบางพื้นที่มีการดับไฟช่วงสั้นเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง) มีพื้นที่ดังนี้

- ถนนทางเข้าวัดสิงห์ทองและซอยอ้อมเกร็ด 3 ถึงเลียบคลองบางบัวทอง

- ถนนปทุมธานี-บางเลนช่วงตลอดแนวฝั่งขาเข้าและขาออก

- ถนนเลียบคลองตาชม

- ซอยติวานนท์ 48

สมุทรปราการ (โดยจะมีการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าในช่วงเวลา 08.00-15.30 น.) มีพื้นที่ดังนี้

- ริมถนนสุขุมวิทบริเวณซอยสุขุมวิท 117 (ซอยภาณุวงศ์) ถึงหน้าโรงเรียนวัดไตร

- ซอยเทศบาลบางปู 98 ถึงสถานตากอากาศบางปู

ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือประสงค์ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์การไฟฟ้านครหลวง หรือโทรสอบถามที่หมายเลข 1130